head-bansandon
วันที่ 27 ตุลาคม 2021 11:52 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านสันดอน
โรงเรียนบ้านสันดอน
หน้าหลัก » นานาสาระ » การเอาตัวรอดใน สภาวะที่ยากเกิน เอาชนะ

การเอาตัวรอดใน สภาวะที่ยากเกิน เอาชนะ

อัพเดทวันที่ 23 ธันวาคม 2020

การเอาตัวรอดใน สภาวะที่ยากเกิน เอาชนะ

สภาวะที่ยากเกิน

สภาวะที่ยากเกิน เขากำลังขุดน้ำแข็งออกมาเป็นทานเพื่อให้เห็นพื้นดินก็ตัวอักษรขอความช่วยเหลือจากนั้นเข้ามาตรวจสอบเลขที่จดเอาไว้พร้อมกับเก็บปลาที่ตกได้เอาไว้เป็นเสบียงหลังจากกินปลาดิบเสร็จเขาก็เดินขึ้นเขามาเพื่อปั่นไฟให้กับเครื่องส่งสัญญาณเผื่อว่าจะมีใครได้รับแล้วมาช่วยเขาซึ่งดูเหมือนว่ามันจะคิดเวลามายาวนานมากแล้วโดยยังไม่มีวี่แววของคนที่จะมาช่วยเลยเพราะดูจากเท้าของเขาที่เริ่มโดนน้ำแข็งกัดนิ้วหายไปหลายนิ้วแล้วนั่นเองครับหลังจากตื่นนอนเขาก็ลุกขึ้นไปทำความสะอาดสุสานของใครบางคนที่น่าจะเสียชีวิตไปตอนที่เครื่องบินของเขาตกจากนั้นก็ไปกดน้ำแข็งทำตัวอักษรขอความช่วยเหลือและกลับมาเก็บเบ็ดเหมือนดังเช่นทุกวัน

แต่วันนี้เขากลับพบว่าตามเขานะถูกหรือออกมากินจนหมดซึ่งก็เป็นฝีมือของเจ้าหมีขั้วโลกนั้นเองพอเขาเห็นรอยเท้าของเขาก็กลัวมากจึงรีบวิ่งกลับเข้าไปซ่อนในซากเครื่องบินของเขาทันทีเลยคิดว่าน่าจะปลอดภัยแล้วเขาก็ออกมาปั่นไฟให้กับเพื่อนส่งสัญญาซึ่งในขณะที่ฟาร์มเขาก็ได้สังเกตุจะมีขั้วลบด้วยครับวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เขาทำกิจวัตรประจำวันๆแบบเดิมๆแต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือครั้งนี้เครื่องส่งสัญญาณไม่มีการตอบรับเพราะเหตุใดลำนึงวิ่งมาเจอเขาเข้างานทำให้เขาดีใจมากที่จะได้การช่วยเหลือสักทีค่ะว่าลมพายุพัดแรงจัดจนทำให้เลยครับเต้ยลำน้ำประคองตัวไม่อยู่และตกลงมากระแทกพื้นวินาทีนั้นเองหัวใจที่เพิ่งจะพองตัวของเขาก็แหลกสลายลง

เมื่อตั้งสติและทำใจได้สุดท้ายเขาก็รีบวิ่งเข้าไปดูซึ่งพบว่านักบินได้เสียชีวิตไปแล้วส่วนผู้หญิงที่โดยสารมาอีกคนนึงนะได้รับบาดเจ็บจากเขาถึงรีบเข้าไปช่วยและทำแผลให้กับเธอทันทีแต่พอจะนำออกมาเขาก็พบว่าที่ด่านนอกนั้นหิมะตกหนักมากอย่างนั้นเขาจึงต้องนอนอยู่เป็นเพื่อนเธอในนี้ครับ แล้วพอรู้ว่าเธอยังไม่ตายเขาก็หาอุปกรณ์ที่พ่อจะเอาไปใช้ได้ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาได้พบกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเค้าด้วยความที่ไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้มานานมากๆแล้วเขาก็รีบแกะมันออกมากินกันหิวโหยเราออกมาเขียนข้อความแจ้งเอาไว้ที่เคาน์เตอร์ว่ามีคนรอดชีวิต 2 คนอยู่ทางใต้พร้อมกับเครื่องย้ายเธอไปพักยังเครื่องบินของเขาทันทีในขณะที่เขากำลังอุ้มเธอเพื่อนนอนลงบนฟูกของเขา

เหมือนเขาได้สัมผัสกับไออุ่นจากร่างกายของเธอเขาก็มีความสุขมากๆและกอดเธอเอาไว้แนบแน่นเพื่อให้อบอุ่นหัวใจจากค่อยๆวางเธอลงภาพหลังจากคนตัวของเธอแล้วเขาก็พบกับการแสดงตัวตนแต่เนื่องจากมันเป็นภาษาที่เข้าไม่รู้จักดังนั้นเขาจึงไม่รู้ชื่อของเธอเมื่อเห็นว่าเธอฟื้นขึ้นมาแล้วเขาก็รีบหาน้ำให้เธอดื่มผมก็บอกให้เธอบีบมือของเขาเพื่อดูว่าเธอยังพอมีสติและมีแรงหรือไม่จากนั้นก็พยายามหาแต่ว่าพูดภาษาอังกฤษได้ไหมแต่เธอก็พูดภาษาอื่นออกมาทำให้เขาไม่เข้าใจว่าเธอจะสื่อสารมาว่าอะไรแต่พอจะจับใจความได้แค่นักบินและพอจะรู้ว่านักบินตายแล้วเธอก็เสียใจมากเหมือนเขาเห็นดังนั้นและเหมือนว่าเธอจะหลับเขาถึงเรียกเธอให้พยายามลืมตาตื่นเอาไว้ครับ

ตอบเขาก็เดินทางกลับไปดูที่ให้เขาได้อีกครั้งว่ามีอะไรที่พอจะเอาไปใช้ได้อีกไหมดังนั้นพอเห็นว่าส่งของนักบินยังคงอยู่ที่เดิมเขาจะเอาไปฝากให้เป็นอย่างดีในขณะที่กำลังเก็บข้าวของเขาก็ได้พบกับรูปใบนึงเขาจึงเก็บมันติดตัวมาด้วยแหละคนเอามาให้เธอซึ่งรู้ไปนั้นก็คือครอบครัวของเธอประกอบไปด้วยลูกกับสามีที่เป็นนักบินนั่นเองหลังจากล้างแผลให้เธอเสร็จเขาก็เอาแก๊สมาเปิดเพื่อสร้างความอบอุ่นอย่างที่เขาไม่เคยได้รับมาดาจากนั้นก็เอาแผนที่ที่เจอมานำมาเทียบกับการที่เขาทำจนได้รู้ว่าเขาเคยไปชุดไหนมาแล้วบ้างและที่ตั้งสถานีอยู่ห่างจากเขาขนาดไหนซึ่งเขาก็พบว่าถ้าไปได้ก็จะดีมากแต่มันก็ไกลเกินไปครับวันต่อมาเมื่อเขาออกมาดูเบสเขาก็พบว่าเขาตกปลาได้ตัวใหญ่มากๆ

หมายความว่าเขาจะอยู่รอดไปได้อีกหลายวันแล้วเขาก็นำมันมาทำอาหารทานกับเธออย่างเอร็ดอร่อยเพราะไม่เคยได้กินแบบสุดๆมานานโดยเมื่อเห็นว่าเธอทำไม่ค่อยได้เขาก็พยายามนอนเถอะครับหลายวันผ่านไปก็ยังไม่มีใครออกมาตามหาพวกเขา ส่วนยาล้างแผลให้เธอก็หมดแล้วแถมเธอยังดูอาการแย่ลงอีกด้วยดังนั้นสุดท้ายเขาจึงตัดสินใจจะลองออกเดินทางไปที่สถานีดูเหมือนจะเตรียมเสบียงและทุกอย่างพร้อมแล้วเขาก็ทิ้งข้อความเอาไว้ที่เครื่องบินว่ารอชีวิต 2 คนอยู่ทางตอนเหนือจากนั้นก็เริ่มออกเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์รถแล้วก็ลากไปทันทีโดยเมื่อเดินผ่านจุดที่เฮลิคอปเตอร์ตกเขาก็ได้เข้าไปเปลี่ยนข้อความบอกว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ทางเหนือครับ

เหมือนเธอมาได้สักระยะเขาก็แวะพักเหนื่อยและดื่มน้ำโดยหวังว่ามันจะใกล้ถึงจุดที่เขาเคยปักธงเอาไว้ เขาว่าพ่อดูแผนที่แล้วเขาก็พบว่าเขาเพิ่งจะเดินมาได้แค่หน่อยเดียวเท่านั้นเองทำให้เขาท้อมากแต่ก็ไม่ยอมหมดหวังแล้วก็กลับมารักเธอเดินไปอีกครั้งหนึ่งเพราะเห็นว่าใกล้มืดแล้วขอบพระคุณที่มาทำเป็นโพรงเผื่อพาเธอไป – น้องกันไม่นานแล้วก็พยายามพูดให้กำลังใจเธอพร้อมกับเอารูปครอบครัวของเธอมาตั้งไว้ให้เธอดูพอเห็นว่าเช้าแล้วเขาก็ออกเดินทางทันทีซึ่งดูเหมือนว่ามันจะทั้งลำบากแล้วก็ยากเย็นมากแต่สุดท้ายเขาก็พาเธอมาจนถึงจุดตัดผมจนได้โดยจุดนี้เป็นจุดที่เขาเคยแจ้งเอาไว้นานแล้วว่ามีคนรอดชีวิต 1 คน

อยู่ทางตอนใต้ดังนั้นเมื่อเห็นว่ามันไม่น่าจะมีประโยชน์อะไรอีกแล้วเขาก็เก็บกระเป๋าเงินของเขาเคยทิ้งเอาไว้ไปและก็ดึงเสาธงทิ้งครับ มาเดินทางไปตามแผนที่แล้วเขาก็พบว่าทางด้านหน้ามันไม่ได้เป็นไปตามแผนที่พอดันมีหิมะกวางอยู่ดังนั้นเขาจึงขึ้นไปดูแล้วก็เพราะว่าคราวนี้พวกนี้ไปได้ทางข้างหน้าก็จะสะดวกแล้วและก็ใช้เวลาเดินเพียงแค่ประมาณ 2 วันเท่านั้นแต่จะต้องอ้อมไปทางอื่นก็จะต้องใช้เวลาเพิ่มอีกประมาณ 5 วันเลยทีเดียว

 

นานาสาระ ล่าสุด
Banner 1
Banner 2
Banner 3
Banner 4