head-bansandon
วันที่ 23 มิถุนายน 2021 9:29 AM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านสันดอน
โรงเรียนบ้านสันดอน
หน้าหลัก » นานาสาระ » โหระพา ลักษณะทางสัณฐานวิทยา 

โหระพา ลักษณะทางสัณฐานวิทยา 

อัพเดทวันที่ 31 พฤษภาคม 2021

โหระพา

โหระพา พืชตระกูลLamiaceae เป็นไม้หอม ใช้ประโยชน์ด้านยา และอาหารรสชาติเหมือนยี่หร่า ทั้งต้นมีขนาดเล็ก สีใบเป็นสีเขียวมรกตสีดอกสดใส และกลิ่นหอมอบอวล มีถิ่นกำเนิดในเอเชียเขตร้อน มีความไวต่อความหนาวเย็นมากและเติบโตได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่ร้อนและแห้ง มีกลิ่นแรงกลิ่นฉุน และมีกลิ่นหอมพันธุ์ทั่วไป ส่วนใหญ่มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของชนิดพันธุ์ หรือพันธุ์เดียวกัน แตกต่างกันเล็กน้อยความสูง 20-80ซม.

มีลักษณะเป็นใบเรียบ หรือเป็นพื้นเรียบตรงทุกปี สมุนไพรพืชบางไม้ยืนต้น บางส่วนถูกตัดแต่งเล็กน้อยให้กลายเป็นบอนไซที่สวยงาม ซึ่งสามารถนำมาลงกระถาง โหระพามีส่วนช่วยในการกระจายลม ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือด และการขับสารพิษ ใช้สำหรับรักษาอาการปวดศีรษะ ท้องอืด ปวดท้อง ท้องเสียประจำเดือนมาไม่ปกติ รอยฟกช้ำ และแมลงสัตว์กัดต่อย ผิวหนัง กลาก และผื่นคัน

ลักษณะทางสัณฐานวิทยา โหระพา มีรากแก้วรูปกรวยและมีรากเส้นใยหนาแน่นงอกออกมา ลำต้นตั้งตรงเป็นรูปสี่เหลี่ยมทื่อ ส่วนบนเป็นร่องขนาดเล็ก ฐานเป็นสีเกลี้ยงและส่วนบนมีลักษณะแตกเป็นสีเขียว มักย้อมด้วยสีแดง และมีกิ่งก้านจำนวนมาก ใบรูปรีแกมรูปรียาว 2.5-5ซม. กว้าง 1-2.5ซม. ปลายยอดป้านเล็กน้อย หรือแหลมปลายแหลมโคนใบมีฟันไม่สม่ำเสมอ หรือเกือบทั้งขอบเกือบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านล่างใบหน้าเป็นจุดต่อมเส้นเลือดด้านข้างมี 3-4คู่

เส้นกลางใบแบนกว่าด้านบนและด้านล่างมาก ก้านใบยาวประมาณ 1.5ซม. เกือบแบนมีปีกแคบเข้าหาฐานใบ เติบโตบนลำต้นและกิ่งก้าน แต่ละส่วนมีลักษณะแตกแขนง โดยปกติจะมีความยาว 10-20ซม. และประกอบด้วยกิ่งก้านดอกเรียงสลับกัน 6ดอก ไซม์วงแหวนด้านล่างอยู่ห่างจากกัน และสามารถเข้าถึงกันได้ 2ซม. ช่อดอกร่มวงแหวนด้านบนอยู่ใกล้กาบ มีขนาดเล็กรูปเฉียงยาว 5-8มม. สั้นกว่าช่อดอกร่มแบบวงแหวน ปลายยอดเป็นแบบเฉียบพลัน โคนจะถูกลดทอนเซสไซล์ขอบเป็นรูปกรวย มักมีสีก้านดอกเห็นได้ชัด ความยาวดอกประมาณ 3มม. ผลยาวและยาวประมาณ 5มม. ปลายงอลงอย่างเห็นได้ชัด

กลีบเลี้ยงเป็นรูประฆังยาว 4มม. และกว้าง 3.5มม. ผิวด้านนอกมีขน และผิวด้านในมีขนที่คอประปรายหลอดกลีบเลี้ยงยาวประมาณ 2มม. และกลีบเลี้ยงมีฟัน 5ซี่สองซี่ ปากบนมีฟันซี่กลาง 3ซี่ฟันข้างบนกว้าง 2มม. กว้าง 3มม. เกือบกลมเว้า หัวแหลมสั้นขอบยื่นถึงหลอดกลีบเลี้ยง ฟันด้านข้างรูปไข่กว้าง 1.5ยาวปลายแหลมริมฝีปากล่าง 2ซี่รูปใบหอกยาว 2มม. มีหนามแหลมขอบฟันเป็นกลีบเลี้ยงทั้งหมด กลีบเลี้ยงติดอยู่ในผลขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยาวได้ถึง 8มม. กว้าง6มม.

กลีบดอกเป็นสีลาเวนเดอร์หรือริมฝีปากบนเป็นสีขาว และริมฝีปากล่างเป็นสีแดงอมม่วง มันแผ่กลีบเลี้ยงออกมาและยาวประมาณ 6มม. ผิวด้านนอกเป็นกระจุกที่ริมฝีปาก และผิวด้านในเกลี้ยงเป็นหลอดมงกุฎ ซ่อนอยู่ด้านในยาวประมาณ 3มม. และลำคอค่อนข้างขยาย ชายคามงกุฎสองแฉกริมฝีปากบนกว้าง 3มม. กว้าง 4.5มม. 4แฉก แฉกเกือบเท่ากันเกือบกลม มักเป็นลูกฟูกริมฝีปากล่าง รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว 3มม. กว้าง 1.2มม. เอียงลงทั้งตัวเกือบแบน เกสรเพศผู้ 4อันแยกออกจากกันเล็กน้อย เหนือกลีบดอกสอดอยู่ตรงกลางของหลอดกลีบดอก มีเส้นใยเป็นเส้นใยที่มีส่วนต่อฟัน ที่ฐานของเส้นใยมีขนแตก และอับเรณูรูปไข่รวมกันเป็นช่องเดียว

ลักษณะเหนือเกสรตัวผู้ปลายมี 2แฉกเท่าๆ กัน แผ่นปิดหน้าเป็นแบบแบนมีฟัน 4ซี่ และฟันจะไม่ยื่นเกินรังไข่ ถั่วเป็นรูปไข่ยาว 2.5มม. กว้าง 1มม. สีน้ำตาลเข้ม มีรูต่อมและสะดือสีขาวที่ฐาน ช่วงเวลาออกดอกมักอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน และช่วงติดผลอยู่ในช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคม

เวลาปลูกทางตอนใต้ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเมษายน และทางตอนเหนือตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ควรปลูกในตอนเช้าในวันที่มีแดดจัด ใส่ดินที่มีสารอาหารลงในถาดเพาะ แล้วเทลงในน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น และหลังจากน้ำซึมลงแล้ว ให้โรยยาชั้นหนึ่งลงไปดินหว่านเมล็ดที่งอกแล้วลงในกระถางอย่างสม่ำเสมอ คลุมด้วยดินยาหนา 1ซม. ปิดด้วยฟิล์มพลาสติก เพื่อให้อบอุ่นและชุ่มชื้น เจาะร่องตื้นที่ระยะห่างของแถวประมาณ 35ซม. และเจาะรูที่ระยะ 25ซม.

โรยลงในร่องลึกหรือหลุมให้เท่าๆ กันคลุมด้วยดินบางๆ และให้ดินชุ่มชื้นใช้ 0.2-0.3กก. จำนวนเมล็ดต่อเอเคอร์ ต้นกล้าสามารถใช้ในการย้ายปลูกได้เช่นกัน ต้นกล้าสามารถปลูกได้ในที่โล่งในเดือนมีนาคม เมื่อต้นกล้าสูง 10-15ซม. สามารถย้ายปลูกในสนามพร้อมดินได้ รดน้ำหลังย้ายปลูก

เรื่องราวอื่นๆที่น่าสนใจคลิ๊ก !!!!   ศิลปะ จินตนาการของสต็องดาล

นานาสาระ ล่าสุด
Banner 1
Banner 2
Banner 3
Banner 4